เมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ จดทะเบียนแบบไหนดีนะ?

เมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ จดทะเบียนแบบไหนดีนะ?

เมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ จดทะเบียนแบบไหนดีนะ?

เมื่อตัดสินใจว่า จะทำธุรกิจเป็นของตัวเอง และมั่นใจแล้วว่า จะทำธุรกิจอะไร สิ่งที่คุณต้องตัดสินใจต่อไปคือเลือกว่าจะดำเนินธุรกิจ ในรูปแบบไหนดี วันนี้เรามาลองดูกันดีกว่าครับ ว่ามีธุรกิจรูปแบบไหนให้เรา จดทะเบียน ได้บ้าง

เมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ จดทะเบียนแบบไหนดีนะ?

บุคคลธรรมดา

ลักษณะของกิจการ ประเภทนี้ เป็น “ธุรกิจเจ้าของคนเดียว” การตัดสินใจต่าง ๆ เป็นสิทธิของผู้เป็นเจ้าของเพียงคนเดียว รวมไปถึงการคิด และทำคนเดียว ซึ่งผลดี ก็คือสามารถตัดสินใจสิ่งต่างๆ ได้ง่าย และรวดเร็ว ถ้าได้ผลตอบแทน ก็ได้เต็มจำนวนคนเดียว แต่หากคิดในมุมกลับกัน หากธุรกิจขาดทุนขึ้นมา เจ้าของเพียงคนเดียวนี่แหละครับ ที่จะเจ็บหนักคนเดียวได้เหมือนกัน

ธุรกิจประเภทนี้เหมาะกับคนที่มีเงินทุนหมุนเวียนที่มากพอ เพราะจะไม่สามารถระดมทุนจากใครได้นอกจากตัวเอง และเครดิตของผู้ประกอบการเองครับ การเสียภาษีของผู้ประกอบธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา จะเป็นไปตาม “อัตราก้าวหน้า” ซึ่งหมายความว่า ถ้ามีรายได้มาก ก็จะเสียภาษีมาก โดยอัตราภาษี สูงสุดอยู่ที่ 35% ของกำไรหลังหักค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธี คือ

1. แบบเหมาจ่าย อัตราต้งแต่ 40% ถึง 85% แล้วแต่ประเภทธุรกิจ

2. ตามความจำเป็นและสมควร ซึ่งต้องมีหลักฐาน ประกอบการหักค่าใช้จ่าย พร้อมให้ตรวจสอบ เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว ต่อมาก็สามารถหักค่าลดหย่อนส่วนตัวต่างๆ ได้ เช่น 40% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 60,000 บาท เป็นต้น

นิติบุคคล

เป็นรูปแบบธุรกิจที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่ตกลงทำกิจการร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์ จะแบ่ง เป็นผลกำไร ตามอัตราส่วน ที่ แต่ละคนลงทุน ซึ่งแบ่งได้ เป็น 2 ประเภท คือ

1. ห้างหุ้นส่วนสามัญ

ลักษณะธุรกิจประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นนิติบุคคล โดยถ้าไม่จดทะเบียนจะมีสถานะเป็นคณะบุคคล ซึ่งผู้ถือหุ้นทุกคนจะต้องรับผิดชอบในหนี้สินไม่จำกัดจำนวน แต่ถ้า จดทะเบียน จะมีสถานะเป็นนิติบุคคล เรียกว่า “ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล” ครับ

การจัดทำบัญชี และ เสียภาษีเงินได้ของคณะบุคคลจะเสียภาษีเงินได้เหมือนกับบุคคลธรรมดา ที่แยกออกจาก ตัวบุคคล ถือเป็นบุคคลอีกคนหนึ่ง ตามมาตรา 56 วรรค (2) ของประมวลรัษฎากร นอกจากนี้เงินส่วนแบ่งกำไรจากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ด้วย

2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด

ห้างหุ้นส่วนสามัญ จะมีตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มาร่วมลงทุนและดำเนินกิจการร่วมกันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันผลกำไรจากการทำธุรกิจ และรับผิดชอบหนี้สินร่วมกัน ซึ่ง ห้างหุ้นส่วนสามัญแบบที่ไม่ได้จดทะเบียน จะถือว่า เป็นบุคคลธรรมดา เป็นลักษณะธุรกิจที่ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ธุรกิจจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของผู้เป็นหุ้นส่วน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

2.1 ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดชอบในหนี้สินจำกัด ไม่เกินเงินที่ได้ลงทุนไป ซึ่งหุ้นส่วน ประเภทนี้จะไม่มีสิทธิในการตัดสินใจในกิจการ

2.2 ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดชอบในหนี้สิน “ไม่จำกัดจำนวน” ในที่นี้คือ “หุ้นส่วนผู้จัดการ” ซึ่งหุ้นส่วนประเภทนี้จะมีหน้าที่รับผิดชอบ และมีสิทธิเต็มที่ในการตัดสินใจใน เรื่องต่าง ๆ ของกิจการ

การจัดทำบัญชีและเสียภาษี ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี เหมือนกรณีตั้งบริษัท และเสียภาษีตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

3. บริษัทจำกัด

สำหรับ บริษัทจำกัด เป็นรูปแบบของการดำเนินงานที่มีการจัดตั้งโดยคนตั้งแต่ 3 คนขึ้น และไปใช้การวิธีการเข้าร่วมลงทุนโดยการกำหนดทุนออกเป็นหุ้นที่มีมูลค่าเท่า ๆ กัน และเราจะเรียกคนเหล่านั้นว่า “ผู้ถือหุ้น” โดยมีความรับผิดชอบเท่ากับมูลค่าของหุ้นที่ซื้อไว้เท่านั้นครับมีลักษณะจำเพาะดังนี้คือ

  • แบ่งเงินลงทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าหุ้นละ เท่า ๆ กัน
  • มีผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัท ไม่น้อยกว่า 3 คน
  • ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบไม่เกินจำนวนค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบถ้วน
  • มีสภาพเป็นนิติบุคคล
  • สามารถระดมทุนได้มากและง่าย (โดยการออกหุ้นเพิ่ม)
  • ลักษณะการตัดสินใจในการบริหารงานเป็นในรูปของคณะกรรมการบริษัท จึงทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่าแบบบุคคลธรรมดา
เมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ จดทะเบียนแบบไหนดีนะ?

ต่อมาเมื่อเลือกรูปแบบกิจการได้แล้ว ก็จะมาถึงเรื่องของพระเอกอย่าง “ภาษี” กันบ้าง ซึ่งหลัก ๆ แล้วเราสามารถแบ่งประเภทของภาษีออกเป็น 2 ประเภท คือ ภาษีทางตรง และ ภาษีทางอ้อม

  • ภาษีทางตรง

ภาษีทางตรง คือ ภาษีที่มีการเรียกเก็บเงินจากเราโดยตรงและไม่สามารถผลักภาระให้กับคนอื่นได้ เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ ภาษีเงินได้นิติบุคคล  โดยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะมีการจัดเก็บในอัตราก้าวหน้า เป็นเป็นรอบปีตามปฎิทิน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของทุก ๆ ปี ซึ่งผู้ที่มีรายได้จากรูปแบบธุรกิจบุคคลธรรมดา มีหน้าที่ต้องไปชำระภาษีให้พร้อมเพียงกันครับ

ส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคล จะมีการจัดเก็บในอัตราคงที่ และมีการลดหย่อนอัตราภาษีให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีทุนชำระไม่เกิน 5 ล้านบาทและมีรายได้ไม่เกิน 30 ล้าน ซึ่งเรื่องนี้จะถือโอกาสเล่าในคราวต่อไปนะครับ

  • ภาษีทางอ้อม

ภาษีทางอ้อม คือ ภาษีที่เราสามารถผลักภาระภาษีให้กับผู้บริโภคได้ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ซึ่งมีหลักการจัดเก็บที่แตกต่างกันไป เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มจะเรียกเก็บจากธุรกิจที่ขายสินค้าและให้บริการ ส่วนภาษีธุรกิจเฉพาะจะเรียกเก็บสำหรับกิจการเฉพาะ เช่น ธนาคาร หรือ หลักทรัพย์ต่างๆ ส่วนอากรแสตมป์จะเรียกเก็บจากการทำสัญญาครับ

สำหรับคำถามที่ว่าธุรกิจรูปแบบไหนดีที่สุดนั้น บอกตรง ๆ แบบไม่อายเลยครับว่า “ไม่รู้” เพราะมีปัจจัยมากมายหลายหลากในการตัดสินใจ ดังนั้นอย่าเชื่อใครที่เค้าบอกมานะครับ แต่ให้ปรึกษาและเลือกให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจครับผม

รวม 8 หนังภาคต่อ ที่เอาไว้ดูเพลิน ๆ จนตาแฉะ หลาย ๆ คนคงจะประสบปัญหาที่ว่า ดูหนังเรื่องอะไรดี จะดูแนวไหนดี เหมือนกับเราที่บางทีเปิดเน็ตฟลิกซ์ เลื่อนไปมาจนง่วง ก็ยังเลือกไม่ได้ว่าจะดูเรื่องอะไรดี วันนี้เลยจะมาแนะนำมหากาพย์หนังแห่งตำนาน

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : รู้จักเชื้อ HPV และการป้องกันตัวเองจากเชื้อเอชพีวี