พาไปทำความรู้จัก “อาการขี้ลืม” สัญญาณอันตรายเสี่ยงสมองเสื่อม

พาไปทำความรู้จัก “อาการขี้ลืม” สัญญาณอันตรายเสี่ยงสมองเสื่อม

พาไปทำความรู้จัก “อาการขี้ลืม” สัญญาณอันตรายเสี่ยงสมองเสื่อม

ว่ากันว่าคนแก่มักจะมี “อาการขี้ลืม” จะหยิบจับอะไรแต่ละอย่างก็ดูเชื่องช้าไปหมด หรือบางครั้งก็ย้ำคิดย้ำทำ จนหลาย ๆ ครั้งก็ทำให้คนรอบข้างเกิดอาการรำคาญอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ใช่ว่าปัญหาเหล่านี้ จะพบแค่ในวัยผู้สูงอายุเท่านั้น หลายคนก็อาจจะประสบกับอาการหลง ๆ ลืม ๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ ด้วยซ้ำ จนบางครั้งก็เกิดอาการเบื่อหน่ายตัวเอง และรู้หรือไม่คะ ว่าปัญหาอาการขี้ลืมเหล่านี้ เป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่า เรากำลังเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อม วันนี้เราเลยจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอาการเหล่านี้ ส่วนจะอันตรายมากแค่ไหนนั้นไปศึกษากันเลยค่ะ

อาการขี้ลืมเป็นอาการที่มักพบได้ในผู้สูงวัย แต่การขี้ลืมนั้นมีหลายแบบ ซึ่งบางอาการนั้นเป็นสัญญาณเตือนถึงการเริ่มต้นของโรคสมองเสื่อมประเภท “อัลไซเมอร์” หากคนในบ้านมองข้ามอาการเหล่านี้ และไม่สามารถพบการดำเนินโรคได้ก็จะส่งผลให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์ช้าลง การรักษาก็จะยากยิ่งขึ้น หากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้สูงวัยสังเกตเห็นอาการหรือพฤติกรรมที่คาดว่าจะเป็นโรค “อัลไซเมอร์” ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อหาทางป้องกันและชะลอการดำเนินโรค ทำให้การดำเนินชีวิตของผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

โรคอัลไซเมอร์  (Alzheimer’s disease) เป็นโรคหนึ่งที่เกิดจากการเสื่อมของเซลล์สมองอย่างช้า ๆ ทำให้ระดับของสารสื่อประสาทในสมอง (Acetylcholine) ลดลง  มีผลให้ผู้ป่วยมีปัญหาในเรื่องของความคิด ความจำ พฤติกรรม และการใช้ภาษาที่เปลี่ยนแปลงไป อันจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน พญ.นภาศรี ชัยสินอนันต์กุล ประสาทแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมอง ได้อธิบายถึงระยะการดำเนินโรค ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะคือ

พาไปทำความรู้จัก “อาการขี้ลืม” สัญญาณอันตรายเสี่ยงสมองเสื่อม

ระยะแรก (Early-Stage)

ผู้สูงวัยที่เริ่มมีอาการสมองเสื่อมประเภทอัลไซเมอร์ยังสามารถทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ได้เอง แต่จะเริ่มมีอาการหลงลืมเรื่องใหม่ ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เพิ่งพูดหรือทำไป อย่างเช่น เพิ่งโทรศัพท์ไปหาลูกและเล่าเรื่องราวให้ลูกฟัง แต่อีกสักพักก็โทรศัพท์ไปหาลูกและเล่าเรื่องเดิมอีก ทำแบบนี้วันละหลายครั้ง เพราะลืมว่าได้โทรศัพท์คุยกับลูกแล้ว เวลาพูดคุยก็มักจะพูดซ้ำ ๆ ถามซ้ำ ๆ ในเรื่องเดิม ๆ แต่ความจำเก่า ๆ ที่เกิดขึ้นมานานสมัยหนุ่มสาวยังจำได้ดีอยู่ นอกจากนี้ผู้ป่วยในระยะเริ่มต้นอาจจะเริ่มเรียกชื่อสิ่งของไม่ถูกแต่รู้ว่าสิ่งนั้นมีไว้ทำอะไร เช่น เรียก “นาฬิกา” ไม่ถูก แต่รู้ว่ามีไว้สำหรับดูเวลา  เริ่มสับสนทิศทาง ซ้าย ขวา ตัดสินใจเดินไปไม่ถูกทาง โดยเฉพาะทางที่ไม่คุ้นเคย  

พาไปทำความรู้จัก “อาการขี้ลืม” สัญญาณอันตรายเสี่ยงสมองเสื่อม

ระยะที่สอง (Middle-Stage)

ผู้ป่วยจะบกพร่องในการดูแลตัวเอง เริ่มไม่ใส่ใจตัวเอง ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ อารมณ์หงุดหงิดแปรปรวน บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไป สูญเสียความทรงจำใหม่ ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นใกล้ ๆ มากขึ้น เช่น จำไม่ได้ว่าทานข้าวไปแล้ว สูญเสียความสามารถในการใช้ภาษา ใช้ภาษาผิดพลาดมากกว่าเดิม เรียกชื่อคนผิด ๆ ถูก ๆ เริ่มเห็นภาพหลอน

ระยะที่สาม (Late-Stage)

ผู้ป่วยในระยะนี้จะต้องมีผู้คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง การเคลื่อนไหวร่างกายจะน้อยลง หรือนอนติดเตียง ความเฉลียวฉลาดหรือความจำจะแย่ลงมาก มักเฉยเมยไม่สนใจอะไรเลย ถึงขนาดจำคนใกล้ชิดไม่ได้ และอาจจำชื่อตัวเองไม่ได้ด้วย อาจมีพฤติกรรมและอารมณ์รุนแรง ขว้างปาสิ่งของ ทานข้าวเลอะเทอะ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

จะเห็นได้ว่าในเรื่องของความจำและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นจะมีมากมายหลายอย่าง แต่จะมีรายละเอียดที่ต่างกันระหว่างอาการของโรคอัลไซเมอร์กับความขี้หลงขี้ลืมทั่ว ๆ ไป ที่เป็นการหลงลืมชั่วคราวจากสาเหตุอื่น จึงให้ข้อสังเกตไว้ดังนี้

1. ความจำแย่ลง หลงลืม จนรบกวนชีวิตประจำวัน

หากผู้สูงวัยมีปัญหาด้านความจำระยะสั้น คือมีอาการหลงลืมสิ่งใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ลืมวันสำคัญหรือเหตุการณ์สำคัญที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่ไม่น่าจะลืม หรือมักถามอะไรซ้ำ ๆ เดิม ๆ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งถามไป นั่นคือสัญญาณของโรคอัลไซเมอร์ แต่หากเกิดอาการหลงลืมเพียงครั้งคราว พอเวลาผ่านไปสามารถนึกขึ้นได้หรือจำได้ นั่นไม่ใช่อาการของโรคอัลไซเมอร์

2. ความสามารถในการวางแผนหรือแก้ไขปัญหาลดลง

ผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์จะใช้เวลาในการทำกิจวัตรประจำวันง่าย ๆ ที่เคยทำเป็นประจำนวนมากขึ้นกว่าปกติ รวมทั้งกิจวัตรประจำวันที่มีขั้นตอนซับซ้อน อาจเนื่องจากจำขั้นตอน กระบวนการในการทำไม่ได้ เช่น การใส่เสื้อผ้า การติดกระดุมเสื้อ หรือลืมบางส่วนของการทำบางสิ่ง เช่น ทำอาหารแล้วลืมใส่เครื่องปรุง หรือลืมว่าใส่เครื่องปรุงไปแล้วจึงใส่เพิ่มอีก ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยนไป มีปัญหาในการช่วยเหลือตัวเอง เช่น การรับประทานอาหาร การอาบน้ำ การขับถ่าย การไม่แปรงฟัน เป็นต้น

3. ทำงานที่คุ้นเคยได้ยากลำบากมากขึ้น หลงทาง

3. ทำงานที่คุ้นเคยได้ยากลำบากมากขึ้น หลงทาง

ผู้ที่เป็นอัลไซเมอร์จะรู้สึกยากลำบากในการทำงานทั้ง ๆ ที่เป็นงานที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านหรืองานในที่ทำงาน ลืมทางที่เคยไปเป็นประจำ ทำให้ขับรถหลงทางบ่อย ๆ ลืมทางเข้าสำนักงานที่ปกติเข้าออกเป็นประจำ หรือหาทางกลับบ้านไม่ถูกทั้ง ๆ ที่เคยเดินทางเส้นนี้เป็นประจำ สูญเสียทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน ลืมวิธีการใช้โทรศัพท์ การใช้เครื่องไฟฟ้า แต่สำหรับผู้สูงวัยทั่วไปที่มีความยากลำบากในการทำกิจกรรมบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน เช่น การใช้ไมโครเวฟอุ่นอาหาร การใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ต้องใช้ระบบสัมผัส ความยากลำบากนี้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งคราว แบบนี้ยังไม่ใช่อาการของโรคอัลไซเมอร์

4. สับสนเรื่องเวลาและสถานที่

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะสับสนในเรื่องวัน เวลา สถานที่ ฤดูกาล หรือไม่รู้ว่าจะไปสถานที่นั้น ๆ ได้อย่างไร แต่ในผู้สูงอายุปกติ อาจจะสับสนในเรื่องวันที่ ว่าวันนี้เป็นวันอะไรของสัปดาห์ แต่ก็จะนึกออกและรับรู้ได้ในภายหลัง

5. ไม่เข้าใจในภาพที่เห็นและไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาพที่เห็นกับตัวเอง

เวลาที่ผู้ป่วยเดินผ่านกระจกหรือส่องกระจกมักจะคิดว่าไม่ใช่ตัวเอง คิดว่ามีคนอีกคนอยู่ในกระจกนั้นหรือมีคนอยู่ในห้องนั้นอีกคน เพราะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เห็นคือกระจกที่ทำหน้าที่สะท้อนภาพอยู่ แต่ในผู้สูงอายุปกติ การไม่เข้าใจสิ่งที่เห็นจะเกิดจากความผิดปกติทางสายตา ที่เกิดจากความเสื่อมของจอตา ทำให้มองเห็นไม่ถนัด เลยไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นคืออะไร  

6. รู้สึกมีปัญหาในการค้นหาหรือใช้คำที่เหมาะสมในการพูดหรือเขียน

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มักมีปัญหาในการเข้าร่วมวงสนทนา เช่น มักหยุดพูดระหว่างสนทนาอยู่ และไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรต่อ การพูดคุยจะไม่ลงรายละเอียดเพราะหลงลืมข้อมูลที่เคยจำได้ มักเรียงลำดับในการใช้คำผิด พูดคำหรือประโยคซ้ำ นึกคำพูดไม่ออก และเรียกชื่อสิ่งของผิด ไม่สามารถเรียกชื่อสิ่งของเช่น เก้าอี้ รถ แต่ในผู้สูงอายุปกติ อาจมีการนึกคำไม่ออกบ้าง แต่เกิดเพียงครั้งคราวและสามารถนึกคำนั้น ๆ ได้ภายหลัง

7. ลืมของ

เมื่อผู้ป่วยวางของในตำแหน่งใหม่ที่ไม่เคยวางมาก่อนและไม่สามารถย้อนนึกกลับไปได้ว่า วางสิ่งของเหล่านั้นไว้ที่ไหน และเมื่อพบสิ่งของเหล่านั้นก็มักคิดว่ามีคนขโมยไป หรือมีคนหยิบเปลี่ยนที่วาง หรือการวางสิ่งของผิดที่ผิดทางและยังคงใช้ชีวิตต่อไปเหมือนไม่คิดว่าเป็นสิ่งที่ผิดปกติ

8. ความสามารถในการตัดสินใจลดลงหรือสูญเสียไป

8. ความสามารถในการตัดสินใจลดลงหรือสูญเสียไป

ผู้ป่วยมักตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรกับตนเองในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ไม่อาบน้ำ ไม่ทำผม เมื่อจะไปงานสำคัญ แต่ถ้าเป็นผู้สูงวัยทั่วไป อาจจะเกิดจากความเบื่อหน่าย หรือเหนื่อยจนไม่อยากอาบน้ำ ไม่อยากแต่งตัวก็ได้  

9. มีการแยกตัวและลดการเข้าสังคมลง

ผู้ป่วยรู้สึกไม่อยากร่วมกิจกรรมที่เคยชอบ ไม่อยากทำงานที่เคยทำโดยไม่มีเหตุผล ไม่อยากพบปะผู้คน เฉื่อยชา  ไม่สนใจหรือตื่นเต้นต่อสิ่งรอบข้าง เก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าตนเองมีปัญหา แต่สำหรับสถานการณ์นี้ใน ผู้สูงอายุปกติ อาจจะเกิดจากการเหนื่อยล้าจากการทำงาน  มีปัญหาในครอบครัว จึงไม่อยากทำกิจกรรมอะไรเพราะยัง เครียดอยู่

10. อารมณ์และบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไป

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะมีอาการหงุดหงิดง่ายขึ้นเมื่ออยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย มีอาการสับสน หวาดระแวง ซึมเศร้า วิตกกังวล หวาดกลัว สำหรับในผู้สูงอายุปกติก็อาจเกิดพฤติกรรมบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปได้เช่นกัน แต่จะไม่ถาวรจะกลับมาอารมณ์ดี พูดคุยร่าเริงปกติ เพราะการเกิดภาวะต่าง ๆ นั้น จะเกิดขึ้นเพราะสถานการณ์รอบด้านในขณะนั้นทำให้เป็น พอพ้นจากสถานการณ์นั้นก็หายเองได้

จบไปแล้วนะคะสำหรับ ข้อมูลเกี่ยวกับ อาการขี้ลืม อันตรายใกล้ตัวที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง ถ้าหากว่าไม่อยากเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อม ก็ควรที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตตั้งแต่วันนี้  เริ่มจากการพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเตรียมรับมือก่อนที่จะสายเกินไป

คราวนี้มาดูเรื่องน่าสนใจอย่าง สูตรเตรียมดินสำหรับปลูกผักออร์แกนิกทำได้ง่ายๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทรนด์การปลูกผักแบบออร์แกนิกกำลังมาแรงมากในตอนนี้ ซึ่งใครหลายๆ คนก็เริ่มหันมาสนใจปลูกกันมากขึ้น 

บทความแนะนำเพิ่มเติม : ไอเรื้อรัง! ปัญหาสุขภาพที่หลายคนมองข้าม