เทคนิคการสร้าง Brand Loyalty ที่คนทำธุรกิจควรรู้!

เทคนิคการสร้าง Brand Loyalty ที่คนทำธุรกิจควรรู้!

เทคนิคการสร้าง Brand Loyalty ที่คนทำธุรกิจควรรู้!

เทคนิคการสร้าง Brand Loyalty ที่คนทำธุรกิจควรรู้! การสร้าง Brand Loyalty หรือ การสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีความสำคัญกับนักการตลาด และนักธุรกิจเป็นอย่างมาก เนื่องจากการสร้าง Brand Loyalty ถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ และเป็นการให้ความสำคัญกับการรักษาลูกค้าเก่า ๆ ของแบรนด์ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ

หลายคนอาจจะมองว่า การทำการตลาดควรให้ความสำคัญกับการหาลูกค้าใหม่ ๆ เพราะอยากให้สินค้าเป็นที่รู้จักได้กว้างมากยิ่งขึ้น จนลืมไปว่าการรักษาลูกค้าเก่า ให้กลายเป็นลูกค้าประจำที่ภักดีกับแบรนด์ ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นประโยชน์ ต่อการทำธุรกิจมากเช่นเดียวกัน วันนี้เราจึงได้รวบรวมเทคนิคที่ช่วยสร้าง Brand Loyalty มาแนะนำกัน ว่าแต่เทคนิคการสร้าง Brand Loyalty จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

เทคนิคการสร้าง Brand Loyalty

การมีส่วนร่วมกับลูกค้า
1. การมีส่วนร่วมกับลูกค้า

การตอบสนองหรือการมีส่วนร่วมกับลูกค้า เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ช่วยสร้าง Loyalty ให้กับแบรนด์เราหลาย ๆ ครั้ง ลูกค้าหรือผู้ติดตามมักจะมีการถามคำถาม หรือแสดงความคิดเห็นบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นการแชทผ่าน Facebook Messenger การคอมเมนท์บนโพสต์ หรือการพูดถึงแบรนด์ของเราในช่องทางต่าง ๆ บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งถึงแม้ว่าคุณจะไม่สามารถตอบสนองต่อลูกค้าได้ทุกคน แต่สิ่งสำคัญคือแบรนด์ คุณจะต้องมีส่วนร่วมกับลูกค้าให้มากที่สุด คอยตอบคำถามลูกค้า หรือแสดงความคิดเห็นอยู่สม่ำเสมอค่ะ

แบ่งปันเสียงตอบรับดี ๆ จากลูกค้า
2. แบ่งปันเสียงตอบรับดี ๆ จากลูกค้า

เมื่อลูกค้าแสดงความเห็นต่อแบรนด์ไปในทางที่ดี บ่งบอกว่า ลูกค้าชื่นชอบ หรือความประทับใจ เจ้าของแบรนด์ควรแชร์เรื่องราวดี ๆ ความคิดเห็น หรือรีวิวเหล่านั้นสู่สายตาสาธารณะด้วย โดยการโพสต์ในบัญชีโซเชียลมีเดียของคุณ เพราะการโพสต์รีวิวที่เป็นเชิงบวก มีแนวโน้มที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ และเสริมความเชื่อมั่นของลูกค้า ปัจจุบันต่อแบรนด์ของคุณได้ ดังนั้น เมื่อลูกค้าแสดงความคิดเห็นในเชิงบวก เกี่ยวกับธุรกิจของคุณเข้ามาในหน้าโซเชียลมีเดีย ให้ตอบกลับ หรือส่งข้อความโดยตรงขอบคุณพวกเขา สำหรับความคิดเห็น และขออนุญาตแบ่งปันความคิดเห็นดี ๆ เหล่านี้ในรีวิว จากนั้นคุณก็สามารถแชร์ความเห็นในหน้าโซเชียลมีเดียของคุณได้ ตัวอย่างเช่นเพจด้านล่าง ที่ช่างภาพแบ่งปันความเห็นเชิงบวก จากลูกค้า พร้อมด้วยภาพรีวิว

แชร์คอนเทนต์ที่สร้างขึ้นจากลูกค้า
3. แชร์คอนเทนต์ที่สร้างขึ้นจากลูกค้า

แบ่งปันคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นจากลูกค้า เป็นอีกวิธีหนึ่งในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ การแบ่งปันคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้น ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของรูปภาพ วิดีโอ หรืออยู่ในรูปแบบไหนก็ตามที่ลูกค้าสร้างขึ้นเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เรา เนื้อหาเหล่านี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ได้ เพราะเป็นคอนเทนต์ที่ลูกค้าสร้างขึ้นไม่ใช่แบรนด์ ถ้าพูดในอีกแบบหนึ่งก็คือ ลูกค้ามักจะเชื่อลูกค้าด้วยกันเองมากกว่าเชื่อแบรนด์ เพราะฉะนั้นวิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ทำให้ลูกค้าใหม่ ๆ มั่นใจที่จะซื้อสินค้าจากแบรนด์เรามากขึ้น

โดยวิธีการง่าย ๆ เราอาจจะสร้างแคมเปญให้ผู้ใช้แฮชแท็กแบรนด์ของคุณ และใช้แฮชแท็กของแบรนด์เหล่านี้ เพื่อช่วยค้นหาคอนเทนต์ที่ลูกค้าสร้างได้ง่ายขึ้น และนำมาแชร์ในหน้าเพจของคุณ หากคุณแบ่งปันคอนเทนต์ที่ลูกค้าสร้างขึ้นบ่อย ๆ จะช่วยสร้างการมีส่วนร่วมให้กับผู้ซื้อที่ต้องการให้ผู้ติดตามแบรนด์เห็นคอนเทนต์ของพวกเขา

การใช้ผู้มีอิทธิพลบนโลกโซเชียล
4. การใช้ผู้มีอิทธิพลบนโลกโซเชียล

ในปัจจุบันลูกค้าหรือผู้ใช้โซเชียลมีเดียเชื่อจะมั่นในข้อมูล และข้อความจาก Influencer มากกว่ารับข้อมูลโดยตรงจากแบรนด์ รวมถึงผู้ใช้ยังไว้วางใจ Influencer มากกว่าเมื่อมองหาผลิตภัณฑ์และคำแนะนำเกี่ยวกับแบรนด์ด้วย เนื่องจาก Influencer เป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ลูกค้ามากกว่าแบรนด์ และพวกเขาจะพูดถึงแบรนด์ของเราในเชิงการรีวิวมากกว่าการโฆษณาสินค้า

ดังนั้นเมื่อ Influencer ที่มีอิทธิพลต่อลูกค้าเป้าหมายของคุณ ชอบ และให้ความคิดเห็นที่ดีเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณ ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ผู้ติดตามของ Influencer เหล่านั้นจะเริ่มรักผลิตภัณฑ์ของคุณด้วยเช่นกัน

โดยขั้นตอนแรก คือการค้นหา Influencer ที่มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์และภาพลักษณ์ของคุณ เช่นคนที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มเป้าหมายหรือมีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเดียวกับแบรนด์ของคุณ ยกตัวอย่างเช่น บริษัทเครื่องสำอาง อาจต้องการที่จะร่วมมือกับ Beauty Blogger ที่เกี่ยวข้องกับความงามด้วย  โดย Influencer จะสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง และบอกว่าสินค้านั้นดีมาก ๆ สำหรับผิวของเธอ ซึ่งสิ่งนี้กระตุ้นให้ผู้ติดตามลองใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มโอกาสสร้างความภักดีต่อแบรนด์ จากกลุ่มคนที่ภักดีต่อ Influencer นั่นเอง

ใช้โฆษณาดึงดูดให้เกิดการซื้อซ้ำ
5. ใช้โฆษณาดึงดูดให้เกิดการซื้อซ้ำ

การใช้โฆษณาดึงดูให้เกิดการซื้อซ้ำ ถือเป็นการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ด้วยการเพิ่มโอกาสในการซื้อ ยิ่งลูกค้าใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณมากขึ้น และได้รับประโยชน์จากแบรนด์ของคุณมากเท่าไหร่ก็ยิ่งภักดีต่อแบรนด์มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ช่วยได้ ก็คือการทำโฆษณาเพื่อให้ลูกค้ากลับมาสนใจ และทำการซื้ออีก โดยอาจจะเป็นการแสดงสินค้าที่พวกเขาเคยดู เคยสนใจมาก่อน หรือคล้ายๆกับผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาสนใจ โดยคุณสามารถตั้งค่าโฆษณาใน Facebook และ Instagram

และทั้งหมดนี้คือ เทคนิคการสร้าง Brand Loyalty ที่คนทำธุรกิจควรรู้! ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ค่ะ ซึ่งถือได้ว่าการสร้าง Brand Loyalty หรือ การสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดำเนินธุรกิจ เพราะถ้าเราสามารถสร้างความรู้สึกภักดีให้เกิดกับลูกค้าได้ ก็ง่ายที่จะรักษาฐานของแบรนด์ และเข้าถึงลูกค้าใหม่ง่ายขึ้น สำหรับใครที่กำลังวางแผนในการทำธุรกิจ หรือมีธุรกิจเป็นของตัวเองอยู่แล้ว อย่าลืมให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ด้านการตลาดกลยุทธ์นี้ด้วยนะคะ รับรองได้เลยว่าแบรนด์ของคุณ จะกลายเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจในครั้งนี้อย่างแน่นอนค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

7 ขั้นตอนควรรู้ สำหรับคนที่เริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์!

รูปแบบการโฆษณาบน YOUTUBE ที่นักธุรกิจควรรู้!!